ลงโฆษณาที่นี่
จากบ้านเดี่ยวและบ้านเดี่ยวแนวคิดใหม่สไตล์ Modern Stripe Contemporary ที่ออกแบบอย่างใส่ใจทุกรายละเอียด เน้นความกลมกลืนกับภูมิทัศน์รอบด้านที่เต็มไปด้วยธรรมชาติอันสมบูรณ์แบบเพื่อรองรับทุกการพักผ่อนของครอบครัว วัดบ้านไร่ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ช่างภาพโคราช  รับถ่ายภาพงานรับปริญญา งานแต่งและงานพิธีอื่นๆ ปราสาทหินพิมาย อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย ตั้งอยู่ใน อ. พิมาย

ช๊อปปิ้งในโคราช

สาระน่ารู้ เคล็ดลับ

เที่ยวทั่วไทย

ข่าวมอเตอร์สปอร์ต

ตำแหน่งโฆษณา
หมวด » เที่ยวทั่วไทย » แนะนำ
มีผู้เข้าชม : 7493 ครั้ง 

เมืองแห่งความสุข ที่สามารถสัมผัสได้ตลอดทั้งปี...จันทบุรี

เมืองแห่งความสุข ที่สามารถสัมผัสได้ตลอดทั้งปี...จันทบุรี
เมื่อ เอ่ยถึงจังหวัดจันทบุรีหรือเมืองจันท์ ทุกคนคงรู้จักกันดีเพราะนอกจากที่นี่จะเป็นเมืองผลไม้และแหล่งค้าพลอยคุณภาพ ดีแห่งภาคตะวันออกของประเทศไทยแล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็น ภูเขา ป่าไม้ น้ำตก ชายทะเล โบราณสถาน และโบราณวัตถุต่างๆ ความอุดมสมบูรณ์ในด้านทรัพยากรก็ไม่ยิ่งหย่อนเป็นรองใคร ด้วยสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมที่ดี ทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่เหมาะแก่การเพาะปลูก โดยเฉพาะผลไม้ซึ่งมีอยู่มากมายหลายชนิด อาทิ ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง ลำไย รวมถึงพืชผลทางการเกษตรอื่นๆ เช่น พริกไทยและยางพารา


* 2.jpg (111.11 KB, 680x453 - ดู 127 ครั้ง.)

* 5.jpg (132.63 KB, 680x453 - ดู 127 ครั้ง.)

* 3.jpg (132.53 KB, 680x453 - ดู 128 ครั้ง.)

* 1.jpg (118.03 KB, 680x453 - ดู 128 ครั้ง.)

จันทบุรีมีพื้นที่ประมาณ 6,338 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น 10 อำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอท่าใหม่ อำเภอขลุง อำเภอแหลมสิงห์ อำเภอโป่งน้ำร้อน อำเภอมะขาม อำเภอสอยดาว อำเภอนายายอาม อำเภอแก่งหางแมว และอำเภอเขาคิชฌกูฏ สถานที่ท่องเที่ยวของแต่ละอำเภอก็มีความน่าสนใจที่แตกต่างกันออกไป วันนี้ “คู่หูเดินทาง” ขอหยิบยกมานำเสนอเรียกน้ำย่อยก่อนเพียงไม่กี่แห่ง พร้อมเปิดตัวสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ ณ อำเภอโป่งน้ำร้อน “วัดถ้ำเขาแก้ว” สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มาพร้อมกับวิวความสวยงามของธรรมชาติ  ถึงแม้พื้นที่ในการนำเสนอเรื่องราวของจังหวัดจันทบุรีจะมีจำกัดแต่รับรองว่า ความเข้มข้นของคุณภาพและเนื้อหายังคงเหมือนเดิมแน่นอนครับ เรียกได้ว่ามาจังหวัดเดียวได้เที่ยวครบรส…แล้วคุณจะหลงรัก “จันทบุรี”


อนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ตั้ง อยู่ใจกลางเมือง บริเวณสวนสาธารณะสมเด็จพระเจ้าตากสิน สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงเลือกเมืองจันทบุรีเป็นฐานที่มั่นในการรวบรวมไพร่พลไปกอบกู้อิสรภาพ องค์พระบรมราชานุสาวรีย์ เป็นรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงม้า ตั้งตระหง่านอยู่กลางทหารคู่พระราชหฤทัยทั้งสี่ คือ พระเชียงเงิน หลวงพิชัยอาสา หลวงพรมเสนา และหลวงราชเสน่หา ประดิษฐานอยู่บนเกาะกลางบึง บริเวณโดยรอบมีการตกแต่งสภาพภูมิทัศน์เพื่อให้มีความร่มรื่นและสวยงาม ทุกช่วงเช้า-เย็นจะมีประชาชนจำนวนมากนิยมมาออกกำลังกายและพักผ่อน หย่อนใจ

ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
อยู่ บริเวณริมถนนท่าหลวง หน้าค่ายตากสิน เป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมืองจันท์ บ่งบอกถึงความผูกพันของคนเมืองจันท์ที่มีต่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เป็นศาลทรงเก้าเหลี่ยมสร้างด้วยหินอ่อน
พื้นเป็นหินแกรนิต หลังคาเป็นรูปพระมาลายอดแหลมหรือหมวกยอด สูงจากพื้นถึงยอด 16.9 เมตร ประดับลวดลายทอง ยอดบนเป็นฉัตรทองคำเก้าชั้น บันไดทางขึ้นมีสามด้าน ราวบันไดด้านหน้าเป็นรูปพญานาค ด้านหน้าศาลมีสิงห์หนึ่งคู่ ภายในมีพระบรมรูปของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หล่อด้วยทองเหลืองรมดำ ประทับนั่งทรงเมือง ผนังภายในเขียนลายพุ่มข้าวบิณฑ์ไว้อย่างสวยงาม ในแต่ละวันจะมีประชาชนมาสักการะบูชาเป็นจำนวนมาก และในวันที่ 28 ธันวาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเสด็จขึ้นครองราชย์ของพระองค์จะจัดให้มีการทำบุญตัก บาตรถวายเป็นเครื่องราชสักการะ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ทรงกอบกู้เอกราชให้แก่แผ่นดินไทย

* DSC_5454.jpg (109.41 KB, 680x453 - ดู 126 ครั้ง.)

* 12.jpg (133.63 KB, 680x545 - ดู 123 ครั้ง.)

นมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง
ณ ยอดเขาคิชฌกูฏ


ที่ตั้งตำบลพลวง อำเภอคิชฌกูฏ รอยพระพุทธบาทพลวง ประดิษฐานอยู่บนยอดเขาพระบาท มีจุดเริ่มต้นเดินทางจาก
วัด พลวงไปตามถนนลูกรังที่ลาดชัดมากระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร จากนั้นต้องเดินขึ้นเขาไปอีกประมาณ 1.2 กิโลเมตร ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ถึงช่วงวันมาฆบูชาของทุกปี จะมีประชาชนจำนวนมากขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาททั้งกลางวันและกลางคืน โดยปีนี้จะเปิดให้ผู้มีจิตศรัทธาขึ้นไปนมัสการตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ ถึง 4 เมษายน เป็นระยะเวลา 2 เดือน ทิวทัศน์บนยอดเขาคิชฌกูฏหรือเขาพระบาทนี้เป็นปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่นำมา ผูกกับตำนานทางพระพุทธศาสนาโดยมีความเชื่อที่ว่าถ้าใครได้ขึ้นไปกราบสักการะ รอยพระพุทธบาทพลวงบนยอดเขาพระบาท
แล้วจะสามารถขอพรได้หนึ่งข้อซึ่งโดย ส่วนใหญ่ผู้ที่ไปขอพรทุกคนก็จะประสบความสำเร็จดังพรที่ขอไว้จึงทำให้มีผู้ เลื่อมใสและศรัทธาเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก มีบริการรถสองแถวจากวัดพลวงถึง
จุดสิ้นสุดทางรถ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อบต.พลวง กิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี โทร. 0 3930 9281 - 2

* 4.jpg (118.74 KB, 680x453 - ดู 121 ครั้ง.)

* 7.jpg (130.42 KB, 680x453 - ดู 123 ครั้ง.)

* 10.jpg (145.78 KB, 680x513 - ดู 106 ครั้ง.)
อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล

ตั้ง อยู่ในบริเวณโรงเรียนสตรีพิทักษ์ ตำบลจันทนิมิตร อำเภอเมือง เป็นวัดคาทอลิกที่สวยงามและมีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย มีประวัติยาวนานถึง 300 ปี สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2254 บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจันทบุรี ถือว่าเป็นจุดศูนย์รวมของชาวญวนผู้นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก มีการซ่อมแซมบูรณะมาโดยตลอดรวม 5 ครั้ง ในส่วนของอาสนวิหารหลังปัจจุบันมีอายุกว่า 100 ปี โบสถ์หลังนี้มีลักษณะสถาปัตยกรรมตะวันตกแบบโกธิค ภายในตกแต่งด้วยไม้ฉลุลวดลาย และประดับกระจกสีสแตนกลาสดั้งเดิมเป็นภาพนักบุญองค์ต่างๆ ในศาสนาคริสต์ ซึ่งมีความงดงามและคุณค่าทางประวัติศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง ด้านในข้างประตูทางเข้า-ออกก็จะพบกับภาพประดับพลอยรูปพระนางมารีอาและพระ เยซู
ตั้งให้ชมกันคนละฝั่งเป็นการนำเม็ดพลอยสีต่างๆ มาเรียงกันประหนึ่งภาพวาดซึ่งมีความวิจิตรบรรจงเป็นอย่างยิ่ง พร้อมชมความสวยงามอลังการขององค์ “แม่พระประดับพลอย” ซึ่งประดิษฐานอยู่ ณ กลางห้องโถง ประกอบไปด้วยทองคำบริสุทธิ์ เงินบริสุทธิ์ และพลอยบริสุทธิ์ทั้งองค์ถึง 20,000 กะรัตโดยใช้เฉพาะสีขาว, น้ำเงินและเหลืองเท่านั้น เปิดให้เข้าชมได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30-17.00 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หรือ
ถ้าต้องการเข้าชมเป็นหมู่คณะกรุณาติดต่อล่วงหน้าที่โทร. 0 3931 1578

* 15.jpg (98.78 KB, 680x452 - ดู 123 ครั้ง.)

* 13.jpg (94.26 KB, 680x510 - ดู 123 ครั้ง.)

* 16.jpg (130.68 KB, 680x507 - ดู 123 ครั้ง.)
อู่ต่อเรือบ้านเสม็ดงาม

อยู่ ที่บ้านเสม็ดงาม บริเวณริมปากแม่น้ำจันทบุรีเข้าไปประมาณ 6 กิโลเมตร ซึ่งพบหลักฐานซากเรืออู่ตะเภาและร่องรอยอู่ต่อเรือ ซึ่งเชื่อกันว่าบริเวณดังกล่าวเคยเป็นอู่ต่อเรือของสมเด็จพระเจ้า ตากสินมหาราชเมื่อครั้งเตรียมการยกทัพไปกอบกู้เอกราชหลังจากเสียกรุงอยุธยา ครั้งที่สอง จากการสำรวจของกรมศิลปากรพบหลักฐานทางวิชาการจำนวนมาก เช่น ซากเรือสำเภาจีนโบราณ เครื่องมือช่างไม้ เช่น ขวาน เลื่อย เศษภาชนะดินเผาทั้งของไทยและเครื่องลายครามจีนจำนวนมากในราวพุทธศตวรรษที่ 22-23 ปัจจุบันเก็บรักษา ณ พิพิธภัณฑ์อู่ต่อเรือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช นอกจากนั้นบริเวณดังกล่าวกำลังก่อสร้าง “พระบรมราชานุสรณ์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน โดยการจัดกิจกรรมทอดผ้าป่าสามมิติ (ทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ) ขึ้นทุกปี เพื่อหารายได้สมทบทุนก่อสร้างเป็นอาคารไม้สักแกะสลักสวยงามขนาดใหญ่ มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2547

* 11.jpg (146.67 KB, 680x508 - ดู 117 ครั้ง.)

* 8.jpg (87.62 KB, 680x453 - ดู 115 ครั้ง.)
หาดแหลมสิงห์

ตั้งอยู่ที่ตำบลปากน้ำแหลมสิงห์ห่างจากตัวเมืองจันทบุรีประมาณ 30 กิโลเมตร 
เป็น ชายหาดปากอ่าวที่แม่น้ำจันทบุรีไหลมาออกอ่าวไทย ร่มรื่นไปด้วยทิวสนยาวไปตามแนวชายหาดมีที่นั่งพักผ่อนพร้อมทั้งร้านจำหน่าย อาหารตั้งเรียงรายอยู่ริมหาดและมีบริการด้านที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว จากบริเวณหาดมองออกไปจะเห็นเกาะจุฬาและเขาแหลมสิงห์อยู่เบื้องหน้า

* 19.jpg (107.11 KB, 680x452 - ดู 118 ครั้ง.)

* 17.jpg (121.62 KB, 680x439 - ดู 114 ครั้ง.)
โอเอซีส ซีเวิล์ด

ตั้ง อยู่ที่ตำบลปากน้ำแหลมสิงห์บนพื้นที่กว่า 68 ไร่ ห่างจากตัวเมืองจันทบุรี 25 กิโลเมตร เป็นสถานที่เพาะพันธุ์ปลาโลมาในน่านน้ำจันทบุรี ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 2 พันธุ์คือ พันธุ์หัวบาตรและพันธุ์หัวขวด มีการจัดแสดงปลาโลมาให้ชมกันทุกวันเป็น
การแสดงโชว์ที่สนุกสนานตื่นเต้น เร้าใจของโลมาและผีมือครูฝึกชาวไทย พร้อมกิจกรรมพิเศษให้นักท่องเที่ยวสามารถเล่นน้ำและสัมผัสกับโลมาได้อย่าง ใกล้ชิดพร้อมบริการอาหารพื้นเมืองและอาหารทะเล อีกหนึ่งกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดเหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว
รอบการแสดงโลมาโชว์ (รอบละ 40 นาที)
เวลา 9.00 น. , 11.00 น. , 13.00 น. , 15.00 น. , และ 17.00 น. เสาร์-อาทิตย์เพิ่มรอบ 7.00 น.
อัตราค่าเข้าชม เด็ก 50 บาท ผู้ใหญ่ 90 บาท ชาวต่างชาติ 180 บาท
ที่อยู่ : 48/2 หมู่ 5 ตำบลปากน้ำ อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี 22130
ห่างจากตัวเมืองจันทบุรี 25 กิโลเมตร  
โทรศัพท์ : 0 3949 9222

* 20.jpg (151.63 KB, 680x483 - ดู 114 ครั้ง.)

* 18.jpg (126.6 KB, 680x453 - ดู 109 ครั้ง.)
ถ้ำเขาแก้ว - จุดชมวิวสองแผ่นดิน

อยู่ ที่ตำบลหนองตาคง อำเภอโป่งน้ำร้อน มีลักษณะเป็นถ้ำหินปูนความลึกประมาณ 50 เมตร ประกอบด้วยหินงอก หินย้อย ลวดลายธรรมชาติสวยงามยิ่งนัก อาจเป็นที่อยู่อาศัยหรือประกอบกิจกรรมของคนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ เมื่อประมาณ 1,000-6,000 ปีมาแล้ว และอาจจะมีพัฒนาการต่อเนื่อง หรือทิ้งร้างไปแล้วกลับมา
ใช้ใหม่อีกในช่วงเวลาที่ทำเครื่องมือหินขัด ขึ้นใช้ เมื่อประมาณ 4,000-2,000 ปีมาแล้ว  มีอยู่ทั้งหมด 9 ถ้ำ ได้แก่ ถ้ำเทวาภิทักษ์ เป็นถ้ำที่ค้นพบขวานโบราณ สันนิฐานโดยกรมศิลปากรว่าน่าจะมีอายุประมาณ 4,000-10,000 ปี, ถ้ำคชสาร เป็นถ้ำที่มีลักษณะน้ำย้อยเหมือนรูปหัวช้าง, ถ้ำวิมุติ เป็นถ้ำที่โอ่โถง สามารถลอดช่องเล็กๆ ไปยังอีกถ้ำหนึ่งได้, ถ้ำแก้ว เป็นถ้ำที่สวยงามมีหินประกายแก้วเยอะมากอีกทั้งเป็น
อีกถ้ำหนึ่งที่ขุดพบ ขวานโบราณเป็นจำนวนมาก, ถ้ำนาคราช คือมีหินงอกหินย้อยเป็นรูปทรงคล้ายๆ กับพญานาคราช และถ้ำอุตระ ซึ่งเป็นถ้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและพบหินงอกหินย้อยที่มีความสวยงามมากกว่า ทุกถ้ำ เป็นต้น แต่การเดินชมสามารถทำได้เพียงบางถ้ำเท่านั้น เนื่องจากทางค่อนข้างลาดชันและบางช่วงก็ยังไม่เปิดให้มีทางเดินไปถึง เมื่อเดินขึ้นไปข้างบนยอดเขาวัดถ้ำแก้วเราจะได้พบวิวสร้างสรรค์จากธรรมชาติ จุดชมวิวสองแผ่นดินไทย-กัมพูชาด้วยมุมมองแบบพาโนรามา 360 องศาพร้อมกราบนมัสการ “พระหยกขาว” บนยอดเขาถ้ำเขาแก้วด้วย

* 21.jpg (114.88 KB, 680x453 - ดู 109 ครั้ง.)

* 26.jpg (109.53 KB, 680x503 - ดู 108 ครั้ง.)

* 23.jpg (94.72 KB, 680x453 - ดู 109 ครั้ง.)

* 22.jpg (115.4 KB, 680x501 - ดู 105 ครั้ง.)

* 27.jpg (124.35 KB, 680x453 - ดู 106 ครั้ง.)

* 28.jpg (133.61 KB, 680x509 - ดู 108 ครั้ง.)
ตลาดชายแดนไทย – กัมพูชา

อยู่ ที่บ้านแหลม ตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน ห่างจากสนามกอลฟ์สอยดาวเพียง 25 กิโลเมตร เป็นตลาดที่จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค ระหว่างชาวไทย-ชาวกัมพูชา อีกทั้งเป็น
จุดผ่านแดนถาวรที่อนุญาตให้เดินทางเข้าไปท่องเที่ยวได้ระหว่าง 07.00-16.00 น.

สวนลำไยเพื่อการท่องเที่ยวและสวนเกษตรอินทรีย์

อำเภอโป่งน้ำร้อนยังเป็นที่ตั้งของสวนเกษตรอินทรีย์จำนวนมาก อาทิ ลองกอง มังคุด เงาะ
ลำใย และกล้วยหลากสายพันธุ์ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเที่ยวชมและชิมได้โดยติดต่อไปที่ ดร.บำรุง รวมทรัพย์ โทร. 08 1982 8381

* 34.jpg (108.15 KB, 680x453 - ดู 106 ครั้ง.)

* 31.jpg (140.38 KB, 680x453 - ดู 104 ครั้ง.)

* 35.jpg (110.61 KB, 678x460 - ดู 105 ครั้ง.)
น้ำตกหินดาด

อำเภอโป่งน้ำ ร้อนตั้งอยู่เทือกเขาสอยดาวใต้ หมู่ที่ 2 ตำบลทับไทร ห่างจากที่ว่าการอำเภอโป่งน้ำร้อน 10 กิโลเมตร และเดินเท้าต่ออีก 3 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินเท้าขึ้นไปประมาณ 2 ชั่วโมง น้ำตกมีจำนวน 12 ชั้น ล้อมรอบด้วยป่าดงดิบที่ยังคงความสมบูรณ์ ชั้นที่ 9-12 เป็นน้ำตกที่มีทัศนียภาพที่สวยงามมาก การเดินทางไปท่องเที่ยวที่น้ำตกแห่งนี้ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง เป็นบริเวณที่มีต้นกระวานขึ้นเองโดยธรรมชาติอยู่มาก ถ้าใครไม่ถนัดที่จะขึ้นเขาชมน้ำตกก็สามารถกางเต็นท์ชมวิวที่จุดข้างล่างได้ ก็บรรยากาศดีไปอีกแบบ มีต้นไม้ใหญ่สูงโปร่ง ลำธารน้ำตกไหลผ่านด้านหน้าบริเวณลานกางเต็นท์ อยู่แบบใกล้ชิดธรรมชาติจริงๆ สนใจติดต่อได้ที่ กำนันธงชัย
แพรงาม โทร. 0 3944 7247

* 30.jpg (138.42 KB, 680x453 - ดู 103 ครั้ง.)

* 29.jpg (108.24 KB, 680x453 - ดู 101 ครั้ง.)

* 33.jpg (129.2 KB, 680x496 - ดู 102 ครั้ง.)
TIPS รู้ก่อนเที่ยว

ทางรถยนต์
จากกรุงเทพฯ สามารถไปได้ 5 เส้นทาง ได้แก่
1. เส้นทางที่ 1 ทางหลวงหมายเลข 3 เป็นเส้นทางสายเก่า เริ่มต้นที่บางนา-กรุงเทพฯ ผ่านจังหวัดชลบุรี-บางแสน-ศรีราชา-พัทยา-สัต_บ-บ้านฉาง-ระยอง-จันทบุรี ระยะทาง 330 กิโลเมตร
2. เส้นทางที่ 2 ทางหลวงหมายเลข 36 เป็นเส้นทางสายหลักในปัจจุบัน เริ่มต้นกิโลเมตรที่ 140 ถนนสุขุมวิท อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เลี้ยวซ้ายตรงสามแยกกระทิงลาย ผ่านสนามแข่งรถพีระเซอร์กิต และสิ้นสุดที่ตำบลเชิงเนิน อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ระยะทาง 60 กิโลเมตร จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 3 ระยะทาง 108 กิโลเมตร จะถึงจังหวัดจันทบุรี รวมระยะทาง 308 กิโลเมตร
3. เส้นทางที่ 3 ทางหลวงหมายเลข 344 (บ้านบึง-แกลง) เป็นเส้นทางสายหลักอีกหนึ่งสายซึ่งช่วยลดระยะทางได้ถึง 70 กิโลเมตร เริ่มต้นกิโลเมตรที่ 98 ถนนสุขุมวิท อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ผ่านอำเภอบ้านบึง อำเภอวังจันทร์ และอำเภอแกลง จังหวัดระยอง ระยะทาง 110 กิโลเมตร จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 3 ระยะทาง 58 กิโลเมตร จะถึงจังหวัดจันทบุรี รวมระยะทาง 266 กิโลเมตร
4. เส้นทางที่ 4 เชื่อมระหว่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือกับภาค
ตะวัน ออก เริ่มต้นกิโลเมตรที่ 200 ทางหลวงหมายเลข 33 อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี เลี้ยวขวากิโลเมตรที่ 230 จังหวัดสระแก้ว เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 317 ระยะทาง 189 กิโลเมตร ผ่านอำเภอวังน้ำเย็น อำเภอสอยดาว อำเภอโป่งน้ำร้อน อำเภอมะขาม จนถึงจังหวัดจันทบุรี รวมระยะทางจากอำเภอกบินทร์บุรี–จังหวัดจันทบุรี 219 กิโลเมตร
5. เส้นทางที่ 5 สายมอเตอร์เวย์ เริ่มต้นที่ถนนศรีนครินทร์ กรุงเทพฯ สิ้นสุดที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ระยะทาง 90 กิโลเมตร จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 36 ระยะทาง 50 กิโลเมตร และทางหลวงหมายเลข 3 อีก 108 กิโลเมตร รวมระยะทางกรุงเทพฯ–จันทบุรี 248 กิโลเมตร

รถโดยสารประจำทาง
•  บริษัท ขนส่ง จำกัด มีบริการออกจากสถานีขนส่งสายตะวันออก (เอกมัย) ทุกวัน ตั้งแต่ 04.00-24.00 น. ออกทุกชั่วโมง สอบถาม
รายละเอียด Call Center โทร. 1490 เรียก บขส. หรือ www.transport.co.th
บริษัทเดินรถเอกชนวิ่งบริการ ได้แก่ เชิดชัยทัวร์ โทร.
0 2391 4146, 0 3935 0357 พรนิภาทัวร์ โทร. 0 2391 5179,
0 3931 1278 ศุภรัตน์ทัวร์ โทร. 0 2391 2331, 0 3931 2011
นอก จากนี้ยังมีรถโดยสารจากจันทบุรีไปยังจังหวัดอื่นๆ ได้แก่ นครราชสีมา ตราด ระยอง สระแก้ว สระบุรี บุรีรัมย์ ปราจีนบุรี ตาก รายละเอียดติดต่อสถานีขนส่งจังหวัดจันทบุรี โทร. 0 3931 1299

ขอขอบคุณ
ภาพจากประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี
และ http://www.busbuddythailand.com/



เที่ยวทั่วไทย » แนะนำอื่นๆที่น่าสนใจ
นมัสการพระธาตุช่อแฮ พระธาตุประจำปีเกิดของคนปีขาล
วัดพระธาตุช่อแฮ่ พระอารามหลวง อยู่ที่ตำบลช่อแฮ ห่างจากตัวเมืองแพร่ไปตามถนนช่อแฮ ประมาณ 9 กิโลเมตร สร้างอยู่บนเนินเขาเตี้ย สูงประมาณ 28 เมตร เป็นปูชนียสถานอันศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแพร่ ตามตำนานกล่าวว่าสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1879-1881 ในสมัยพระมหาธรรมราชา
ย้อนอดีตเที่ยว ตลาดบางหลวง ร.ศ. ๑๒๒
ลาดบางหลวง ร.ศ. ๑๒๒ ในอดีต ตลาดบางหลวง เป็นแหล่งค้าขายทางน้ำที่สำคัญแห่งหนึ่งในอำเภอบางเลน
เที่ยวแบบหิน หิน ในถิ่นอีสาน ‘อุบลราชธานี’
ใช่ว่าช่วงหน้าร้อนจะไม่มีอะไรสวยๆ ให้ดูกัน เพราะทุกสิ่งย่อมมีสองด้านเสมอ ฉบับนี้เราขอพาคุณผู้อ่านมาเที่ยวทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสานกัน
พิพิธภัณฑ์อยู่สุขสุวรรณ์
วันเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไป วิวัฒนาการต่างๆ ก็ย่อมเปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปตามกาลเวลาด้วย การได้มาดูสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆในอดีตทำให้เราได้หวนนึกถึงภาพความทรงจำ เก่าๆ ในสมัยวัยเด็ก และได้เห็นความเป็นอยู่ของบรรพบุรุษในสมัยก่อน
แสดงความคิดเห็น เรื่อง : เมืองแห่งความสุข ที่สามารถสัมผัสได้ตลอดทั้งปี...จันทบุรี
footer
                                                                    


Top